Dec 27, 2006
มาต่อแล้วค่ะ กิจกรรมส่งท้ายปีเก่า 2006 กับทงบังชินกิ ณ ประเทศเกาหลีใต้
หึหึ หลังจากที่เอนทรี่ที่แล้วรายงานบรรยากาศงาน 3rd Anniversary + Junsu & Hero Birthday Party กันไปแล้ว วันนี้เราจะมาล่าลายเซ็นหนุ่มๆกัน
เรื่องของเรื่องอย่างที่บอกไว้ในเอนทรี่ก่อนว่าหลังจากกลับจากงาน party party ของน้องๆ ป้าสองคนก็กลับมาบ้านนอนด้วยความเหนื่อยอ่อน โดยที่ยังไม่ได้ข่าวจากน้องสาวร่วมชะตากรรมแต่อย่างใด (คาดว่าทางนู้นก็คงเหนื่อยอ่อนไม่แพ้กัน) แต่ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง จะได้หรือไม่ได้ พรุ่งนี้เราก็จะไปกันล่ะ ก็แอบคิดกันอยู่ว่าซื้อซีดีกันคนละแผ่น มีกันหกคน มันก็ต้องมีคนได้กันมั่งแหละวะ
เช้าตื่นขึ้นมา เอ่ออ ก็ไม่เช้าเท่าไหร่ ราวๆ 10 โมง แหะ เพื่อนงัวเงียตื่นขึ้นมาบอกว่า "เราฝันว่าได้ไปงานแจกลายเซ็นกะแจด้วยยยยย" เอ่อออ ขอให้ฝันเป็นจริงนะเพื่อนนะ สาธุ
เอ้อระเหยทำธุระส่วนตัวกันไปไม่ได้รีบร้อน เพราะกะว่างาน autograph กว่าจะเริ่มก็ตั้งบ่ายโมง ยังมีเวลาถมถืด
ทันใดนั้นเอง! เสียงโทรศัพท์รุ่นโบราณในห้องก็ดังขึ้น สองป้าสะดุ้งโหยง มองหน้ากัน ต่างคนต่างก็คงคิดแหละว่า "จะมีกรูมั้ยนี่... กรูจะได้ไป autograph กะเค้ามั้ย" เพื่อนสาวร่วมห้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเจรจากะคุณน้องที่อยู่ปลายสาย (แหม เล่าเป็นฉากๆเลยเชียว) เราเองก็ได้ได้นั่งหูผึ่งพนมมืออยู่ข้างๆ (?!) และแล้วเหมือนจะได้ยินข่าวดีว่ามีคนในกรุ๊ปหกคนได้จริงๆ ก็ยังไม่รู้อะนะว่าใคร
พอวางหูจากน้องสาว เพื่อนก็หันมาบอกว่า "เราได้กันทั้งคู่ ! ฯลฯ (หลังๆนี่จำไม่ได้ จับใจความได้ประโยคแรกประโยคเดียวแล้วสติก็แตก)" แค่นั้นแหละ ป้าถึงกับเอาหมอนมาอุดปากแล้วทุ่มตัวลงบนเตียง ดิ้นๆๆๆ เอาละเหวยชีวิตนี้ในที่สุดตูก็ได้มีโอกาสป๊ะมิกกี้ใกล้ๆกะเค้าแล้ว ส่วนเพื่อนสาวที่ได้ของแจมีอาการเป็นอย่างไรไม่ทราบได้ ใครอยากทราบลองไปอ่านในบล็อกของsuperyoungwoong เอาละกันนะคะ
หลังจากสงบสติอารมณ์ ซับน้ำตาที่คลอเบ้า(เว่อไปมั้ยหนิ) ขอบคุณพระเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายแล้ว เราก็เริ่มคิดกันได้ว่าเหตุไฉนเราสองจึงไม่รีบออกจากบ้านกันเสียที ถ้าช้ากว่านี้เห็นทีจะไม่ทัน เพราะร้าน Hot Tracks ที่แจกลายเซ็นก็ไกลโขอยู่ (ทีตะกี้ไม่รีบ?) จึงคว้ากระเป๋า ส่องกระจกเช็คความสวย(?!)กันเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็ออกจากบ้านกันมา
ระหว่างทางไปขึ้นรถไฟใต้ดิน ป้าก็ทะลึ่งถามเพื่อนขึ้นมาว่า "เราจะพูดอะไรกะน้องกันดี" สองคนเงียบกันไป คงกะลังจิ้นกันอย่างเมามัน ในที่สุดก็เดินไปผิดทางมันซะงั้น เลยสรุปว่าหาทางขึ้นรถไปให้ได้ก่อนละกัน
ขึ้นรถไฟจากบ้านเรามา กว่าจะถึงสถานีที่ร้าน hot tracks ตั้งอยู่ก็ล่อเข้าไปเป็นชั่วโมง ความที่มันไกลกันมาก บวกกับค่าเสียเวลาหลงทางเข้าไปอีก สรุปว่ามาถึงเอาบ่ายโมงเศษ มองหาพี่สาวน้องสาวร่วมชะตากรรมกันอยู่แป๊บนึงก็เจอ เนื่องจากว่าพวกเราหน้าตาไม่กลมกลืนกับคนเกาหลีอย่างแรงเลยหากันง่าย - -"
น้องสาวยื่นซีดีนำโชค 3rd album repackage version D ที่ฝากซื้อเอาไว้มาให้ แล้วก็ให้สลิปที่มี serial number และชื่อแซ่เราเอาไว้ให้เค้าดูเป็นหลักฐาน ถึงคราวชะนีจะต้องฉายเดี่ยว เนื่องจากอีกสามสาวเค้าได้ของแจกันหมด มีป้าคนเดียวที่เป็นแม่ยกมิกกี้ เอาล่ะวะกรู สู้โว้ยยย
i'm on my own now ...
ว่าแล้วก็เดินฝ่าฝูงชนล้านแปดที่มาออกันอยู่เต็มหน้าตึกเข้าไปมั่วๆ เห็นคุณพี่ผู้ชายใส่สูทดำถือกระดาษโบกๆอยู่ พี่แกพ่นภาษาเกาออกมาเป็นชุด จับความได้แต่คำว่า 'มิกกี้ยูชอนๆ' ใช่แน่แล้ว ช่างโชคดีเสียนี่กระไร ก็เลยปรี่เข้าไปหา รออยู่แป๊บนึงเราก็ยื่นสลิปให้ดู เช็คชื่อดูปรากฎว่าชื่อเราอยู่หน้าสุดท้ายเป็นที่รองโหล่ เนื่องจากเป็นภาษาปะกิด พอเห็นว่าเป็นเราแน่พี่แกก็ให้บัตรคิวเบอร์ 153 เรามา
แล้วไงต่อล่ะทีนี้ แล้วตูจะไปต่อแถวไหน มือก็กำบัตรคิวเอาไว้แน่นเชียว กลัวหาย ป้าก็มั่วแหลก หาเหยื่อเป็นเด็กเกาหลีซักคนดีกว่า ในที่สุดก็ไปได้เป้าหมายเป็นเด็กสาวเกาหลีหน้าซื่อคนนึง เอาแบบไม่เด็กมากเผื่อจะเจรจากันรู้เรื่อง แต่ปรากฏว่าไม่รู้เรื่องหรอก ป้าก็เลยยื่นสลิปให้ she ดู เสร็จ she ก็เลยพาเดินลึกเข้าไปข้างในอีกนิดนึงพลางชี้โบ๊ชี้เบ๊ (มารู้เอาทีหลังว่าอีหนูคงไลน์อยู่แถวชางมิน แล้วก็ชี้แถวมิกกี้ให้เรานั่นแหละ) สุดท้ายไปได้พี่สูทดำอีกคนช่วยไว้ พี่แกพาไปต่อคิวถึงที่เลย หาให้เสร็จว่าอยู่ระหว่างเบอร์ 152 กะ 154 โอววววว ขอบคุณมากค่ะ
หลังจากเซฟแล้ว ป้าก็ยืนต่อแถวชิลๆ พร้อมสอดส่ายสายตาสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านไปพลางๆ สังเกตว่าคนที่มางาน autograph ในวันนี้ค่อนข้างจะเป็นเด็กโต ประมาณมัธยมปลาย+มหาวิทยาลัย มากกว่าวันที่เห็นในงาน party party คาดว่าเด็กโตน่าจะมีกำลังซื้อสูงกว่า โอกาสที่จะถูกจับชื่อขึ้นมาก็มีมากกว่า เด็กสาวๆที่เป็นแฟนมิกกี้ส่วนมากจะหน้าตาดี ที่สวยก็เยอะ (แล้วป้าล่ะ !?) หันไปทางไหนก็เห็นแต่คนยืนโบ๊ะหน้า ส่องกระจกกันสุดฤทธิ์ มีอีหนูคนนึงแต่งตัวเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ที่มิกกี้จับแต่งตัวให้ใน Mnet School of rock เด๊ะเลย อะไรกันนี่
ระหว่างรอแถวก็เริ่มขยับๆๆ ของน้องมินบ้าง ของแจบ้าง ตื่นเต้นๆอยู่ราวๆชั่วโมงนึงก็ถึงคิวแถวเราที่จะเข้าไปกะเค้ามั่ง เฮ่ออออ
ที่รักจ๋า เจ้มาแล้วววววววววววว
แถวถูกจัดให้ไปรวมกะของคนอื่นๆเป็น 5 แถว เพื่อรอที่จะทยอยเข้าไปหาทงบัง เรามองไปก็ไม่เห็นห้องอะไร เลยงงว่าเค้าเซ็นกันอยู่ที่ไหน มองออกไปอีกนิดก็เป็นประตูทางออกแล้วนี่นา ที่แท้เค้าจัดที่ให้น้องๆนั่งเซ็นตรงช่องโถงทางออกนั่นแหละ แต่เป็นช่องตรงที่มีจุดบังสายตาจากคนข้างนอกเท่านั้นเอง ตรงที่เรายืนรอก็จะยังไม่เห็นเหมือนกัน
พอถึงคิว แถวเรา(ราวๆ 7-8 คน) ก็ถูกเรียกเข้าไป โอ๊ยกรี๊ด ป้าตื่นเต้นจนก้าวขาแทบไม่ออก พอเดินเข้าไปตรงโถงนั้นก็มองหามิกกี้ก่อน หาไม่ยากเพราะวันนั้นมิกกี้ใส่สูทสีขาว เท่มั่กๆ >__< แล้วก็เห็นน้องเซียเด่นมาแต่ไกล ถัดจากมิกกี้มาก็เป็นแจ ป้าก็ไปต่อแถวอย่างว่าง่าย เนื่องจากแถวมันเป็นแถวตอนลึกมิกกี้ก็จะถูกบดบังจากคนที่อยู่ข้างหน้าเราไปโดยปริยาย เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็เป็นเวลาแอบดูคนอื่นล่ะ ป้าก็แอบดูไปเรื่อยๆทั้งน้องเซีย แจ น้องมิน แล้วก็ยูโน สองคนหลังนี่อยู่ในแนวเฉียงเลยโดนบังๆไปเหมือนกัน ทุกคนจะน่ารักอะไรยังไงคงไม่ต้องบรรยายนะคะ -^ ^-
ในที่สุดการรอคอยที่ตื่นเต้นก็จบลงซะที ถึงคิวป้าแล้ว มิกกี้ส่งแขกคนข้างหน้าป้าเสร็จก็มองตรงมา ประมาณว่าถึง 'คิวเจ้แล้วครับมัวยืนอึ้งอะไรอยู่' เราก็เลยเดินเข้าไปหา พยายามคลี่ไอ้กระดาษที่เป็นเนื้อเพลงที่มันมากะอัลบั้มส่งให้ คลี่ได้แค่ครึ่งแผ่นมิกกี้ก็มาเอาไปซะแล้ว ป้าก็แบบอยากให้เซ็นเต็มๆแผ่นจะคลี่ออกให้ก็ไม่ทันซะงั้น เลยได้แต่ say Hi ไป คุณน้องคงงงๆ แต่ก็เซย์ไฮกลับมาตามอัตโนมัติ
จากนั้นก็เป็นพิธีการเซ็นชื่อ มิกกี้พยายามจรดปลายปากกาที่เขียนไม่ค่อยออกเพราะหมึกมันแห้ง(สงสัยรอป้านานไปหน่อย)ว่า To... แล้วก็เงยหน้าขึ้นมาถามเป็นภาษาเกา " %8&#^@?<#"เอ่อออ ได้ข่าวว่าเจ้เซย์ไฮไปนะคะ ไฉนคุณน้องจึงถามกลับมาเยี่ยงนี้ ด้วยความแสนรู้ เราเลยตอบกลับไปว่า "My name isJoy" คุณน้องทำหน้างงแล้วไม่เขียนซะงั้น ป้าก็เลยสะกดออกไป "It's J-O-Y=Joy" คราวนี้มันไม่งงแล้วครับร้องออกมาว่า" Oh! Joy" แล้วก็เขียนขยุกขยิกกันไป หลังจากนั้นก็เซ็นชื่อ เซ็นเสร็จมิกกี้คงนึกได้เลยพูด thank you ออกมาป้าก็ขอบคุณกลับ ร่ำลากันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเวลาของป้าก็หมดลงแต่เพียงเท่านี้
ส่วนตอนที่มิกกี้กำลังเซ็นแล้วป้าพูดอะไรออกไปบ้างนั้นขอสงวนไว้นะฮะ เล่าแล้วเดี๋ยวจะเลี่ยนกินข้าวไม่ลงเปล่าๆ แหะ
สรุปจากการสังเกตการณ์น้องๆทั้งห้านั้นทุกคนเป็นมืออาชีพกันมาก ทำหน้าที่ได้ดีไม่มีขาดตกบกพร่อง น้องเซียกับน้องมินและยูโนขยันขันแข็งมากแจกลายเซ็นไปพร้อมรอยยิ้มตลอดเวลา ส่วนแจก็ตามสไตล์เค้าล่ะ เงียบๆแต่กระชากใจ ส่วนมิกกี้คนสำคัญวันนี้ก็หล่อมากกกกก สูทขาวที่ใส่มารับกับผมทรงใหม่(ในตอนนั้น)ที่สุดดด แถมมีรอยยิ้มเล็กๆอยู่ในหน้าตลอดเวลา เฮ่อออออออ ไม่ตายให้มันรู้ไป
พอเสร็จออกมาโต้ลมหนาวนอกตึก ป้าก็คับอกคับใจอยากหาคนระบาย วิ่งวนรอบตึกหาเพื่อนสาว เห็นยังยืนรอคิวอยู่ในตึกเลยเคาะกระจกแล้วคุยกันพะงาบๆผ่านกระจกนั่นแหละ ป้าน้ำตาคลอเบ้าด้วยความปลื้มปีติ เล่าอะไรมั่วๆซั่วๆผิดๆถูกๆไปหมด เลยไปรอสงบสติอารมณ์อยู่คนเดียว
หลังงานแจกลายเซ็นบ่ายนั้นเสร็จก็ไปหาอะไรกินกัน ไปเจอเอาร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์เกาเลยสั่งข้าวหน้าแกงกะหรี่หมูทอดมาซัดซะ รสชาติเป็นยังไงก็ไม่รู้เพราะตอนนั้นไมเกรนถึงกับรับประทาน คาดว่าคงเนื่องจากความผันผวนทางอารมณ์ แก่แล้วก็งี้แหละฮ่ะ เลยซัดพาราไปซะสองเม็ด ต้องขอบคุณพี่สาวใจดีที่อุตส่าห์ไปซื้อซีดีนำโชคอันนั้นให้พวกเรานะคะ
กินข้าวกันเสร็จ แวะซื้อซีดีของน้องๆกลับบ้าน ชาวคณะก็พากันยกพลไปร้านหนังสือ Youngpoong Book store ใกล้ๆบ้าน เพราะรู้มาว่าน้องๆจะไปแจกลายเซ็นที่นั่นกันต่อ งานนี้พวกป้าๆหมดสิทธิ์เพราะรับเฉพาะคนที่ซื้อหนังสือ Prince in Prague จำนวนจำกัด 400 เล่มเท่านั้น เลยได้แต่ไปสังเกตการณ์กัน ก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่ค่ะ เพราะไม่เห็นน้องๆเนื่องจากแจกลายเซ็นกันในห้องปิด (ใครที่ดูคลิปรายการ MBC Happy Day จะเห็นอ่ะค่ะ ที่น้องเซียวาดรูปหน้ามิกกี้แล้วมีสนามฟุตบอลอยู่บนหน้าผาก)
ที่อยากเล่าคือเด็กเกาหลีที่ไม่ได้ลายเซ็นแต่ไปรอดูเหมือนเราวันนั้นแรงน่าดู ก็อีหนูเล่นเข้าไปกรี๊ดๆๆๆกันอยู่ใน Starbucks แล้วก็ขึ้นไปยืนขย่มโต๊ะกันซะงั้น เล่นเอาพนักงานต้องมาเม้งกันเลยทีเดียว
สุดท้ายเมื่อไม่ได้เห็นหน้าน้องๆแล้วสองป้าก็เลยหนีบเอา Prince in Prague กลับบ้านไปนอนเชยชมกันคนละเล่มแทน
จบไปอีกหนึ่งวัน รู้สึกว่าวันพรุ่งนี้น้องๆจะไม่มีงานอะไร สองสาวเลยวางแผนไปเข้าวังกันค่ะ
เดี๋ยวเอนทรี่หน้าจะมาเล่าบรรยากาศในงาน SBS Gayo Daejun นะคะ สนุกแน่ ^ ^
>


